เลิกกำหนด Season ด้วยความรู้สึก ดันรายได้โรงแรมให้พุ่ง
- mahasajan hotel
- 5 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

การกำหนดช่วงเวลาขายหรือ Season ของโรงแรมไม่ควรมาจากความรู้สึกหรือความเคยชิน พฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปทำให้การใช้ Season เดิมทุกปีส่งผลให้โรงแรมขายถูกเกินไปในช่วงที่ตลาดพร้อมจ่าย หรือขายแพงเกินไปจนเสียยอดจอง การอัปเดตข้อมูลตามจริงคือหัวใจของการเพิ่มรายได้
ทำไมการใช้ Season เดิมทุกปีถึงทำให้โรงแรมขายเต็มแต่กำไรน้อย?
เพราะตลาดและพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากคุณยังใช้ความเคยชินในการตั้งราคา อาจทำให้เผลอขายห้องพักราคาถูกในช่วงที่มีความต้องการสูง ผลลัพธ์คือห้องพักเต็มอย่างรวดเร็วแต่ได้กำไรน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งถือเป็นการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล
ในอดีตโรงแรมอาจแบ่งแค่ช่วงไฮซีซั่นและโลว์ซีซั่นตามเดือนที่ชัดเจน แต่ปัจจุบันมีปัจจัยแทรกซ้อนมากมาย เช่น วันหยุดพิเศษ งานอีเวนต์ระดับโลก หรือแม้แต่กระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดียที่ดึงดูดคนเข้าพื้นที่กะทันหัน หากคุณไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างราคาและยังคงยึดติดกับตารางเดิม คุณอาจกำลังปล่อยให้คู่แข่งโกยรายได้ไปแทน การบริหารโรงแรมยุคใหม่จึงต้องตื่นตัวและไม่พึ่งพาเพียงแค่สัญชาตญาณ
วิธีวิเคราะห์ Market Demand เพื่อกำหนด Season ใหม่ต้องดูจากอะไรบ้าง?
ต้องวิเคราะห์จากสามปัจจัยหลักคือ ข้อมูลสถิติย้อนหลังของโรงแรม ความต้องการโดยรวมของจุดหมายปลายทาง และความเคลื่อนไหวของคู่แข่งในพื้นที่ เพราะตลาดและตัวเลขคือผู้บอกฤดูกาลที่แท้จริง ไม่ใช่ความรู้สึกของคนทำงาน
การตั้งราคาที่แม่นยำต้องอาศัยชุดข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์การขายให้เข้ากับสถานการณ์จริง
ดูข้อมูลย้อนหลัง หรือ Historical Data เพื่อหาช่วงเวลาที่มีอัตราการเข้าพักสูงผิดปกติในปีก่อนหน้า
วิเคราะห์ความต้องการของพื้นที่ หรือ Destination Demand โดยดูจากยอดจองตั๋วเครื่องบินหรืองานเทศกาลของจังหวัด ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขในโรงแรมตัวเอง
ตรวจสอบกลยุทธ์คู่แข่ง เพื่อดูว่าโรงแรมในระดับเดียวกันมีการปรับราคาขึ้นหรือลงในช่วงเวลาใดบ้าง
การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของตลาดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
การกำหนดช่วงเวลาขายที่ดีส่งผลต่อ Revenue Management อย่างไร?
ช่วยให้คุณสามารถขายห้องพักได้ถูกช่วงเวลาและถูกราคา ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักสูงขึ้น ลดปัญหาการปล่อยห้องว่างทิ้งในช่วงโลว์ซีซั่น และเพิ่มอัตรากำไรสูงสุดในช่วงไฮซีซั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมายของ "Revenue Management" ไม่ใช่แค่การทำให้ห้องพักเต็ม แต่คือการสร้างรายได้รวมให้สูงที่สุดจากจำนวนห้องที่มีจำกัด การวางโครงสร้างฤดูกาลที่ถูกต้องคือรากฐานของความสำเร็จ
ตารางเปรียบเทียบผลลัพธ์ของการตั้ง Season
รูปแบบการทำงาน | ใช้ความรู้สึกแบบเดิม | ใช้ข้อมูลวิเคราะห์แบบใหม่ |
การตั้งราคาขาย | ตายตัวตามปฏิทิน | ปรับเปลี่ยนตามความต้องการของตลาด |
ผลลัพธ์ช่วงคนเยอะ | ห้องเต็มเร็วแต่กำไรน้อย | ได้ราคาดีที่สุดและกำไรสูงสุด |
ผลลัพธ์ช่วงคนน้อย | ห้องว่างเยอะเพราะราคาแพงไป | กระตุ้นยอดจองด้วยโปรโมชั่นที่ตรงจุด |
ความสามารถแข่งขัน | ตามหลังคู่แข่งเสมอ | นำหน้าและแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดได้ |
ถ้าต้องการปรับปรุงกลยุทธ์ออนไลน์และราคาควรเริ่มจากตรงไหน?
ควรเริ่มต้นจากการนำเทคโนโลยีและระบบจัดการข้อมูลมาใช้ เพื่อรวบรวมตัวเลขการจองทั้งหมดมาวิเคราะห์หาแนวโน้ม จากนั้นจึงค่อยวางโครงสร้างราคาใหม่ และนำไปปรับใช้กับช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มอย่างสอดคล้องกัน
การปรับเปลี่ยนฤดูกาลขายใหม่เพียงครั้งเดียว อาจเปลี่ยนภาพรวมรายได้ทั้งปีของโรงแรมคุณไปตลอดกาล
FAQ:
Q: การปรับ Season ใหม่ควรทำบ่อยแค่ไหน?
A: ควรทบทวนอย่างน้อยไตรมาสละหนึ่งครั้ง หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับประเทศ เช่น การประกาศวันหยุดพิเศษ เพื่อให้ราคาขายสอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากที่สุด
Q: ถ้าราคาคู่แข่งถูกกว่า เราจำเป็นต้องลดราคาตามเสมอหรือไม่?
A: ไม่จำเป็นเสมอไป หากคุณวิเคราะห์แล้วว่าพื้นที่นั้นมีความต้องการสูงกว่าจำนวนห้องพักทั้งหมด คุณสามารถรักษามาตรฐานราคาและมุ่งเน้นที่การนำเสนอบริการที่เหนือกว่าแทนได้
Q: ข้อมูลย้อนหลังกี่ปีจึงจะเพียงพอต่อการวิเคราะห์ฤดูกาลขาย?
A: โดยทั่วไปควรดูข้อมูลย้อนหลัง 1 ถึง 2 ปี ควบคู่ไปกับการคาดการณ์ล่วงหน้า เพื่อให้เห็นรูปแบบความต้องการที่ชัดเจนและลดความคลาดเคลื่อนจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติ




ความคิดเห็น