top of page
ค้นหา

ไทยเป็นที่ 1 ในใจนักท่องเที่ยว แต่ทำไมยอดจองโรงแรมยังไม่เต็ม?

  • รูปภาพนักเขียน: mahasajan hotel
    mahasajan hotel
  • 1 ก.ค.
  • ยาว 1 นาที

การที่ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่ง แต่ยอดจองในมือของคุณกลับไม่เต็มตามเป้าหมาย สาเหตุหลักมักไม่ได้มาจากคุณภาพของโรงแรม แต่อยู่ที่ "กลยุทธ์ราคา" และ "การเข้าถึงลูกค้า" ที่ยังไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน การพึ่งพาราคาแบบตายตัวทำให้พลาดโอกาสทำกำไร


ทำไมยอดจองโรงแรมตก ทั้งที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวในไทยพุ่งสูงขึ้น?

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่อยู่ที่พฤติกรรมการจองที่เปลี่ยนไป ลูกค้าเปรียบเทียบราคาเก่งขึ้นและจองกระชั้นชิดมากขึ้น หากคุณยังตั้งราคาแบบคงที่ตลอดทั้งซีซั่น คุณจะสูญเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งที่ปรับราคาได้ยืดหยุ่นกว่า


ในยุคที่เตรียมก้าวสู่ "การท่องเที่ยวไทย2026" ข้อมูลจากแพลตฟอร์มการจองชั้นนำระบุชัดเจนว่า นักท่องเที่ยวมีตัวเลือกมหาศาลเพียงปลายนิ้วสัมผัส การแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ความสวยงามของห้องพักเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ใครสามารถนำเสนอราคาที่ใช่ในเวลาที่ลูกค้ากำลังตัดสินใจ


หากการ "บริหารโรงแรม" ของคุณยังไม่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลคู่แข่ง โอกาสที่จะเกิดภาวะ "ยอดจองโรงแรมตก" จึงมีความเป็นไปได้สูงมาก


กลยุทธ์ Dynamic Pricing ช่วยแก้ปัญหาห้องพักเหลือว่างได้อย่างไร?

"Dynamic Pricing" หรือ กลยุทธ์ราคาแบบยืดหยุ่น คือ การปรับเปลี่ยนราคาห้องพักตามสภาวะตลาดจริง หากช่วงไหนมีความต้องการต่ำ ระบบจะปรับราคาลงเพื่อกระตุ้นยอดจอง และเมื่อความต้องการสูง ราคาจะขยับขึ้นเพื่อทำกำไรสูงสุด


การปรับราคาแบบนี้ไม่ใช่การหั่นราคาเพื่อฆ่าตัวตาย แต่เป็นการหาจุดสมดุลที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจและโรงแรมได้กำไรสูงสุด "กลยุทธ์ราคาโรงแรม" ที่ดีต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น ฤดูกาล วันหยุดยาว หรือกิจกรรมในพื้นที่


ข้อดีของการทำกลยุทธ์ราคานี้:

  • เพิ่มโอกาสในการขายห้องพักในช่วง Low Season

  • รีดรายได้สูงสุดในช่วง High Season

  • สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในพื้นที่เดียวกัน

  • ตอบสนองต่อพฤติกรรมการจองของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที


Revenue Management คืออะไร และสำคัญต่อความสำเร็จของโรงแรมแค่ไหน?

"Revenue Management" คือศาสตร์แห่งการขายห้องพักที่ถูกต้อง ให้กับลูกค้าที่ใช่ ในเวลาที่เหมาะสม ด้วยราคาที่คุ้มค่าที่สุดผ่านช่องทางที่ถูกต้อง เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยดึงศักยภาพสูงสุดของโรงแรมออกมาเพื่อสร้างผลกำไร


การทำ RevenueManagement ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการผสานการทำงานเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก กระบวนการหลักประกอบด้วย:

  • การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตและปัจจุบัน

  • การคาดการณ์ความต้องการของตลาดในอนาคต

  • การกำหนดกลยุทธ์ราคาและข้อเสนอที่เหมาะสม

  • การเลือกช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด


ในสภาวะที่การแข่งขันสูง การมีทีมอยู่เคียงข้าง เปรียบเสมือนการมีเข็มทิศนำทางธุรกิจ "Hotel Plus" พร้อมช่วยบริหารจัดการช่องทาง OTA ตรวจสอบราคาคู่แข่ง และปรับราคาแบบวันต่อวัน เพื่อให้มั่นใจว่าโรงแรมของคุณจะไม่พลาดทุกโอกาสในการสร้างรายได้


เป้าหมายที่แท้จริงของการทำธุรกิจคือผลกำไรที่เติบโตอย่างยั่งยืน การทำความเข้าใจและประยุกต์ใช้ระบบรายได้และราคาที่ยืดหยุ่นคือกุญแจสำคัญที่จะพลิกฟื้นสถานการณ์ยอดจองตก


FAQ:

Q: Revenue Management เหมาะกับโรงแรมขนาดเล็กหรือไม่?

A: เหมาะมาก ไม่ว่าโรงแรมจะมีขนาดกี่ห้อง การบริหารรายได้จะช่วยเพิ่มกำไรต่อห้องให้สูงสุด และลดความเสี่ยงในการปล่อยห้องว่างทิ้งไป


Q: การปรับราคาบ่อยๆ จะทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึกไหม?

A: ไม่ หากทำอย่างมีศิลปะ ลูกค้าปัจจุบันคุ้นเคยกับราคาที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา สิ่งสำคัญคือการสื่อสารและมอบความคุ้มค่า


Q: Hotel Plus ใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะเห็นผลลัพธ์?

A: หลังจากเริ่มปรับโครงสร้างราคา คุณจะเริ่มเห็นแนวโน้มยอดจองที่ดีขึ้นภายใน 30 ถึง 60 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด


 
 
 

ความคิดเห็น


H+ Hotel Plus ที่ปรึกษาโรงแรม
ระบบบริหารโรงแรม ผู้ช่วยโรงแรมมืออาชีพ

ทำให้การบริหารโรงแรมเป็นเรื่องง่าย

ผู้ช่วยมืออาชีพสำหรับเจ้าของโรงแรมในการดำเนินงานในด้านการขาย เพื่อยอดจองห้องพักออนไลน์ วางแผนการขายห้องพัก ทำการตลาดและประชาสัมพันธ์

ติดต่อสอบถาม

(+66)82 898 9369

อีเมล์

info@hotelplus.asia

สถานที่ทำการ

92/5 2nd floor, Sathorn Thani 2 Building

เมนูหลัก

รับข่าวสารใหม่ ๆ

เพื่อให้คุณนั้นจะได้ไม่พลาดข่าวสาร และ กิจกรรมใหม่ๆ หรือ แพ็คเกจโปรโมชั่นพิเศษจากเรา

Thanks for subscribing!

Copyright © 2023 by Hotelplus.asia All Right Reserved.

bottom of page